เลือกทำเลร้านถ่ายเอกสารปี 2026 แบบไหนดี?
หัวใจสำคัญของการเปิดร้านสักร้านหนึ่งก็คือ “ทำเล” ซึ่งทำเลที่แตกต่างกันก็จะเป็นตัวกำหนดสเปกเครื่องที่คุณต้องเลือกใช้เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น
- สถานศึกษา เน้นปริมาณงานจำนวนมาก (Mass Quantity) ช่วงสอบหรือเปิดเทอมลูกค้าจะค่อนข้างเยอะ จึงต้องการความเร็ว เครื่องอึด ถึก ทน ไม่จุกจิก และต้องมีระบบฟีดกระดาษที่ไวเพื่อรับมือช่วงเวลาเร่งด่วน
- หน่วยงานราชการ / สำนักงาน เน้นความถูกต้อง แม่นยำ และความรวดเร็ว งานส่วนใหญ่เป็นแผ่นเดียวหรือเย็บเล่มไม่กี่หน้า แต่ต้องการงานพิมพ์สแกนที่คมชัด และมักต้องการงานสแกนส่งไฟล์ดิจิทัลที่รวดเร็ว
- ชุมชน เน้นบริการครบวงจร (All-in-One) ตั้งแต่ถ่ายบัตรประชาชน พิมพ์รูปถ่ายด่วน ไปจนถึงบริการเสริมยอดนิยมในยุคนี้อย่าง รับส่งพัสดุหรือรับชำระบิลเพื่อดึงคนเข้าหน้าร้าน
สเกลเครื่องที่เหมาะสำหรับร้านถ่ายเอกสาร เลือกแบบไหนไม่ให้เครื่องน็อก?
นอกจากการเลือกทำเลแล้ว ปริมาณงานพิมพ์ที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละเดือน ก็เป็นตัวกำหนดสเกลเครื่องถ่ายเอกสารที่ต้องใช้ภายในร้านด้วยเช่นกัน
เครื่องถ่ายเอกสารระดับสำนักงานทั่วไป (Office Copier)
- ลักษณะงาน: ความเร็วปานกลาง ประมาณ 30-50 แผ่น/นาที รองรับงานพิมพ์ไม่เกินประมาณ 100,000 แผ่น/เดือน
- ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับร้านขนาดเล็กที่อยากเพิ่มบริการเสริมถ่ายเอกสารหน้าร้านและรับงานเร่งด่วน เพราะต้นทุนเครื่องไม่สูง แต่ไม่เหมาะกับการรับงานพิมพ์จำนวนมาก เพราะอาจทำให้เครื่องทำงานเกินกำลัง
เครื่องถ่ายเอกสารระดับศูนย์ถ่ายเอกสาร (Copy Center)
- ลักษณะงาน: ความเร็วสูง ประมาณ 50-100 แผ่น/นาที ขึ้นไป โครงสร้างทนทาน รองรับงานหนักระดับ 300,000 แผ่น/เดือน ขึ้นไป
- ความเหมาะสมเหมาะสำหรับการเปิดร้านถ่ายเอกสารเป็นธุรกิจหลัก เพราะรองรับการทำงานหนัก ถ่ายเอกสารเป็นจำนวนมาก เช่น งานปริ้นเอกสารสอบ หรือชีทติวเตอร์ได้อย่างไหลลื่น ไม่เสี่ยงเครื่องน็อกหรือกระดาษติดบ่อย ๆ กลางคัน

3 ประเภทเครื่องถ่ายเอกสารที่ร้านถ่ายเอกสารต้องเลือกใช้
เพื่อให้เลือกเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับร้านถ่ายเอกสารได้ครอบคลุม ต้องทำความเข้าใจระบบงานพิมพ์ทั้ง 3 ประเภทนี้ เพื่อจัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมเสียก่อน
1. เครื่องถ่ายเอกสารระบบเลเซอร์ขาวดำ (Monochrome Copier)
เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ควรมีเป็นเครื่องหลักประจำร้าน เน้นที่ความเร็วสูง 35 แผ่นต่อนาทีขึ้นไป มีโครงสร้างแข็งแรง เพื่อให้มี ต้นทุนต่อแผ่นถูกที่สุด ซึ่งมักจะอยู่ที่หลักสตางค์ ทำให้คุณสามารถทำราคาถ่ายเอกสาร แผ่นละ 1 บาท แล้วยังมีกำไรเหลือ ๆ
รูปแบบงานที่เหมาะสม
- งานเอกสารทั่วไป
- ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- ชีทเรียน
- ข้อสอบ
2. เครื่องถ่ายเอกสารระบบเลเซอร์สี (Color Copier)
เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าและดึงดูดลูกค้าได้ ด้วยเม็ดสีคมชัด สวยงาม ผงหมึกเลเซอร์จะมีความเงาและกันน้ำในตัว สามารถคิดราคาค่าบริการได้สูง ตั้งแต่แผ่นละ 5-20 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณสีและประเภทกระดาษด้วย แต่ก็สามารถสร้างกำไรต่อแผ่นได้เป็นกอบเป็นกำ
รูปแบบงานที่เหมาะสม
- หน้าปกรายงาน
- แผ่นพับ
- นามบัตร
- โบรชัวร์
- เอกสารแนะนำตัว
- สื่อสิ่งพิมพ์
- ฉลากสินค้า
- งานสติ๊กเกอร์
3. เครื่องถ่ายเอกสารความเร็วสูง (High-Speed Copiers)
เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ยกระดับขีดความสามารถของร้านให้เหนือกว่าคู่แข่งทั่วไป โครงสร้างขนาดใหญ่ มีความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 50-100 แผ่น/นาที ขึ้นไป พร้อมตัวจัดเรียงชุด (Finisher) และถาดใส่กระดาษความจุสูงหลายพันแผ่น เพื่อรองรับงานด่วนจำนวนมากในช่วงเปิดเทอมหรือช่วงสอบ โดยที่ไม่เสี่ยงเครื่องน็อกกลางคัน
รูปแบบงานที่เหมาะสม
- ชีทติวเตอร์
- คู่มืออบรมสัมมนา
- หนังสือสวดมนต์
- เอกสารเย็บเล่มมุงหลังคา
- หนังสือ
- วิทยานิพนธ์
ดังนั้น การเลือกเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับร้านถ่ายเอกสาร ควรพิจารณาจากลักษณะงานและปริมาณการใช้งานเป็นหลัก โดยการมีเครื่องขาวดำเป็นเครื่องหลักสำหรับงานประจำ ควบคู่กับเครื่องสีเพื่อเพิ่มมูลค่างาน และเครื่องความเร็วสูงเพื่อรองรับงานจำนวนมาก จะช่วยให้ร้านสามารถรับงานได้หลากหลาย ลดต้นทุนต่อแผ่น และเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดร้านถ่ายเอกสาร ลงทุนเท่าไหร่ และคืนทุนเร็วแค่ไหน?
การตั้งงบประมาณเริ่มต้นสำหรับร้านถ่ายเอกสาร สามารถแบ่งโครงสร้างการลงทุนและคำนวณจุดคุ้มทุนจาก Insight หน้างานได้ดังนี้
เปรียบเทียบงบประมาณค่าเครื่อง
การจะเปิดร้านถ่ายเอกสาร สเปกเครื่องเริ่มต้นที่ต้องมีอย่างน้อยคือ เครื่องถ่ายเอกสารระบบขาวดำ 1 เครื่อง และระบบสี 1 เครื่อง
หากเลือกเครื่องใหม่แกะกล่อง อาจมีงบลงทุนประมาณ 250,000 – 500,000 บาทขึ้นไป
เครื่องถ่ายเอกสารใหม่ มือ 1 จะได้ความสดใหม่ มีประกันศูนย์เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีล่าสุด แต่จะมีค่าตัวเครื่องที่ค่อนข้างสูง สเปกโปรดักชันบางรุ่นอาจทำให้งบขยับไปสูงกว่านี้ อาจทำให้เงินทุนจม และระยะเวลาคืนทุนลากยาวออกไปหลายปี ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้น
หากเลือกเครื่องมือสองสภาพพรีเมียม อาจมีงบลงทุนประมาณ20,000 – 100,000 บาท
เครื่องถ่ายเอกสารมือสอง เป็นทางเลือกยอดนิยมของร้านถ่ายเอกสารส่วนใหญ่ เพราะช่วยประหยัดงบไปได้มากกว่า 70-80% ได้เครื่องคุณภาพสูงนำเข้าจากยุโรปหรืออเมริกาในราคาจับต้องได้ เงินทุนหมุนเวียนในร้านจะเหลือเยอะขึ้น และเมื่อจับคู่กับทำเลที่ดี คุณจะสามารถดันร้านให้ คืนทุนไวภายใน 2-3 เดือน ได้เลยทีเดียว
ค่าอุปกรณ์เสริมและเครื่องใช้สำนักงาน
ไม่ว่าจะเลือกเครื่องแบบไหนก็ต้องเตรียมงบเผื่อส่วนนี้ไว้ประมาณ 20,000 – 50,000 บาท เพื่อให้ร้านพร้อมรับงานได้หลากหลายขึ้น เช่น
- เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับรับงานและจัดหน้าเอกสาร
- เครื่องเคลือบบัตร
- เครื่องตัดกระดาษ
- เครื่องเข้าสันกาว
- แม็กเย็บกระดาษตัวยาวสำหรับเย็บมุงหลังคา
ค่าวัสดุสิ้นเปลือง
งบประมาณเริ่มต้นสำหรับเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดไปในการเปิดร้านงวดแรก ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท ประกอบไปด้วย
- กระดาษ A4 และ A3 ควรมีหลายความหนา/แกรม
- ผงหมึก
- อุปกรณ์เข้าเล่มและเคลือบ อย่างพลาสติกเคลือบบัตร ปกใส สันเกลียว และสันรูด เป็นต้น
คำนวณต้นทุนและกำไรขั้นต้นของร้านถ่ายเอกสาร
การประเมินว่าร้านถ่ายเอกสารจะสร้างรายได้และมีกำไรเท่าไร ควรเริ่มต้นจากการคำนวณ ต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่น แล้วนำไปเปรียบเทียบกับราคาขาย โดยต้นทุนของงานแต่ละประเภทจะแตกต่างกันตามราคากระดาษ ปริมาณการใช้หมึก รุ่นของเครื่อง และค่าเสื่อมจากการใช้งาน
ตัวอย่างต่อไปนี้กำหนดให้ร้านมีปริมาณงานพิมพ์เฉลี่ยวันละ 2,000 แผ่น แบ่งเป็นงานขาวดำ 1,800 แผ่น และงานสี 200 แผ่น
คำนวณรายได้ต่อวัน
- สำหรับงานขาวดำ หากตั้งราคาขายเฉลี่ยแผ่นละ 0.50 บาท ร้านจะมีรายได้เท่ากับ 1,800 แผ่น × 0.50 บาท = 900 บาทต่อวัน
- ส่วนงานสี หากตั้งราคาขายเฉลี่ยแผ่นละ 5 บาท ร้านจะมีรายได้เท่ากับ 200 แผ่น × 5 บาท = 1,000 บาทต่อวัน
ดังนั้น ร้านจะมีรายได้จากงานถ่ายเอกสารรวมประมาณ 900 + 1,000 = 1,900 บาทต่อวัน
คำนวณต้นทุนต่อวัน
- งานขาวดำมีต้นทุนเฉลี่ยจากค่ากระดาษ ค่าหมึก และค่าเสื่อมของเครื่องประมาณ 0.25 บาทต่อแผ่น คิดเป็น 1,800 แผ่น × 0.25 บาท = 450 บาทต่อวัน
- สำหรับงานสี มีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 1.50 บาทต่อแผ่น โดยคำนวณจากการใช้หมึกสีเฉลี่ยประมาณ 5% ของพื้นที่กระดาษ คิดเป็น 200 แผ่น × 1.50 บาท = 300 บาทต่อวัน
ดังนั้น ร้านจะมีต้นทุนรวมจากงานถ่ายเอกสารประมาณ 450 + 300 = 750 บาทต่อวัน
คำนวณกำไรขั้นต้น
- เมื่อนำรายได้รวมมาหักต้นทุนต่อวัน ร้านจะมีกำไรขั้นต้นประมาณ 1,900 − 750 = 1,150 บาทต่อวัน
- หากเปิดร้านเดือนละ 26 วัน จะมีกำไรขั้นต้นประมาณ 1,150 × 26 = 29,900 บาทต่อเดือน
- แต่หากเปิดให้บริการเดือนละ 30 วัน จะมีกำไรขั้นต้นประมาณ 1,150 × 30 = 34,500 บาทต่อเดือน
นอกจากรายได้จากงานถ่ายเอกสารแล้ว ร้านยังสามารถเพิ่มกำไรจากบริการเสริม เช่น การเข้าเล่มและการเคลือบบัตร ซึ่งมีต้นทุนวัสดุประมาณ 2–5 บาทต่อชิ้น แต่สามารถตั้งค่าบริการได้ประมาณ 15–30 บาท จึงเป็นบริการที่ช่วยเพิ่มรายได้และนำไปชดเชยค่าใช้จ่ายประจำของร้านได้ดี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียง กำไรขั้นต้นก่อนหักค่าเช่าร้าน ค่าแรงพนักงาน ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การคำนวณระยะเวลาคืนทุนจริงจึงต้องพิจารณาจากเงินลงทุนเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายประจำ ทำเลที่ตั้ง ราคาขาย และปริมาณงานที่ร้านได้รับในแต่ละเดือนร่วมด้วย
แนะนำเครื่องถ่ายเอกสารตัวท็อป สำหรับร้านถ่ายเอกสารรุ่นเริ่มต้น

Canon imageRUNNER ADVANCE
หากเน้นงานขาวดำปริมาณมากแนะนำเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันขาวดำรุ่นยอดนิยมอย่าง Canon imageRUNNER ADVANCE DX 4735 / 4745 / 4751 เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันขาวดำรุ่นยอดนิยมที่ตอบโจทย์ร้านเริ่มต้นได้ดีที่สุด ทั้งเรื่องความเร็ว ความคุ้มค่า และการทำงานที่ชาญฉลาด
เด่นเรื่องความเงียบขณะทำงาน มีโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง ช่วยควบคุมค่าไฟฟ้าและต้นทุนต่อแผ่นให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด มาพร้อมระบบป้อนกระดาษแบบ Single-Pass Duplexing ที่สแกนเอกสารสองหน้าพร้อมกันด้วยความเร็วสูง ลดโอกาสเกิดปัญหากระดาษติดได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเครื่องมีความเร็วให้เลือกตั้งแต่ 35, 45 ไปจนถึง 51 แผ่น/นาที
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: CANON imageRUNNER ADVANCE DX 4735 / 4745 / 4751
หากต้องการรับงานสีเพิ่มเติมแนะนำ CANON image Runner ADVANCE C5535/C5540/C5550/C5560 เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันสี ประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ทั้งงานขาวดำปริมาณมากและงานสีคุณภาพสูงในเครื่องเดียว
หน้าจอสัมผัสสั่งงานง่าย เรียนรู้ได้ในไม่กี่นาที มีระบบถ่าย-พิมพ์ 2 หน้าอัตโนมัติ (Duplexing) ที่แม่นยำ ทางเดินกระดาษออกแบบมาดี ลดปัญหากระดาษติด และที่สำคัญคือ ต้นทุนผงหมึกและอะไหล่สิ้นเปลืองต่ำมาก หาซื้อง่าย ทำให้คุมต้นทุนเฉลี่ยต่อแผ่นได้ดีที่สุด
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: CANON image Runner ADVANCE C5535/C5540/C5550/C5560

XEROX AltaLink
หากกำลังมองหาเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันขาวดำที่เด่นเรื่องความเร็วในการทำงานและความทนทานขั้นสุด ซีรีส์ AltaLink B 8155 / 8170 จาก Xerox คือคำตอบ
รองรับงานหนักได้อย่างเหนือชั้นด้วยสเปกความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 55 และ 70 แผ่น/นาที มาพร้อมระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงและหน่วยความจำขนาดใหญ่ จัดการคิวงานพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด
โดดเด่นด้านระบบความปลอดภัยและหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ปรับแต่งเมนูใช้งานได้ตามต้องการ รองรับการสแกนความเร็วสูงและส่งไฟล์ตรงเข้า E-mal ได้อย่างง่ายดาย เหมาะมากสำหรับงานเอกสารปริมาณมากและต้องการความเสถียรสูงสุด
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: XEROX AltaLink B 8155 / 8170
หรือหากร้านของคุณต้องการชูจุดเด่นเรื่องงานพิมพ์สีระดับพรีเมียมและความเร็วเหนือระดับ เพื่อดึงดูดงานพิมพ์ปก งานโปสเตอร์ และงานกราฟิก ซีรีส์ AltaLink C จาก Xerox มีให้เลือกสเปกความเร็วในการทำงานตั้งแต่ 35, 55 ไปจนถึง 70 แผ่น/นาที รองรับงานด่วนได้ดีเยี่ยมและยังโดดเด่นเรื่องความละเอียดงานพิมพ์ที่สูงถึง 1,200 x 2,400 dpi เม็ดสีเนียนละเอียด ภาพสีสดคมชัด เหมาะมากสำหรับรับงานปริ้นหน้าปกรายงาน งานกราฟิก โปสเตอร์ หรือนามบัตร
นอกจากนี้ระบบซอฟต์แวร์ Network ยังเสถียรมาก สามารถสั่งปริ้นได้ผ่านมือถือ และรองรับงานหนักได้สูงถึง 100,000 แผ่น/เดือน
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: XEROX AltaLink C 8135 / 8155 / 8170
เลือกเครื่องถ่ายเอกสารให้ร้านทำกำไรได้สูงสุด
การเริ่มต้นเปิดร้านถ่ายเอกสารในปี 2026 ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การเลือกซื้อเครื่องที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกเครื่องที่แมตช์กับกลุ่มลูกค้า ทำเล และแผนการควบคุมต้นทุนมากที่สุด การจับคู่ระหว่างเครื่องพิมพ์สีความละเอียดสูงเพื่ออัปเกรดมูลค่างานอย่าง Xerox และเครื่องพิมพ์ขาวดำที่เน้นความถึกทนคุมต้นทุนง่ายอย่าง Canon จะช่วยให้ร้านค้ามีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน
เปิดร้านถ่ายเอกสารแบบอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวเครื่องน็อกกลางคัน! เลือกซื้อเครื่องถ่ายเอกสารจากแบรนด์ชั้นนำกับ B Four OA วันนี้ เรามีทีมช่างเทคนิคประสบการณ์สูงคอยดูแลหลังการขายอย่างใกล้ชิด พร้อมสต๊อกอะไหล่และผงหมึกแท้ครบวงจร จัดส่งและติดตั้งเซตระบบให้พร้อมใช้งานได้ทันทีทั่วประเทศ ให้คุณเริ่มธุรกิจได้แบบไร้ความเสี่ยง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- Line: @bfour
- Facebook: B four copier จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารและอะไหล่นำเข้าจากต่างประเทศ
- Youtube :https://www.youtube.com/@bfouroa
- Tel. 02-926-1340-4
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับร้านถ่ายเอกสาร
Q: เปิดร้านถ่ายเอกสาร ควรซื้อเครื่องระบบขาวดำและสีแยกกัน หรือซื้อเครื่องมัลติฟังก์ชันเลเซอร์สีเครื่องเดียวไปเลย?
A: หากมีงบประมาณจำกัดและคาดว่างานสัดส่วนใหญ่เป็นงานพิมพ์สีสลับขาวดำในปริมาณปานกลาง การเลือกเครื่องมัลติฟังก์ชันเลเซอร์สีเพียงเครื่องเดียวถือว่าตอบโจทย์ เพราะสามารถสลับโหมดพิมพ์ได้ในเครื่องเดียว คุมหน้างานง่าย
แต่หากตั้งอยู่ในทำเลที่มีปริมาณงานขาวดำจำนวนมาก แนะนำให้แยกเครื่อง โดยมีเครื่องขาวดำความเร็วสูงไว้ 1 เครื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้หัวพิมพ์เครื่องสีทำงานหนักเกินไปและช่วยคุมต้นทุนผงหมึกขาวดำให้ต่ำที่สุด เพื่อสร้างมูลค่ากำไรให้มากขึ้น
Q: ควรเปิดเครื่องถ่ายเอกสารทิ้งไว้หรือปิดเครื่อง?
A: เครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ในปี 2026 จะมีระบบ Energy Saver / Sleep Mode สำหรับช่วงที่ไม่มีการใช้งาน ทำให้เครื่องดึงไฟต่ำเพื่อรักษาความพร้อมของชุดความร้อน จึงไม่จำเป็นต้องเปิด-ปิดเครื่องบ่อย ๆ ระหว่างวัน เพราะการเปิดเครื่องใหม่บ่อยครั้งจะใช้พลังงานในการวอร์มเครื่องสูงกว่า และทำให้ระบบภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แนะนำให้เปิดสแตนด์บายไว้ตลอดวัน และปิดสวิตช์หลักเฉพาะตอนปิดร้านช่วงเย็นก็เพียงพอ
Q: ต้นทุนแฝงของเครื่องถ่ายเอกสารที่ร้านถ่ายเอกสารต้องเจอมีอะไรบ้าง?
A: นอกเหนือจากค่ากระดาษและผงหมึกแล้ว สิ่งที่ต้องคำนวณเป็นต้นทุนคงที่ต่อแผ่นคือ ค่าชุดดรัม ค่าชุดความร้อน และค่าแผ่นฟิล์ม ซึ่งเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่มีอายุการใช้งานตามโควตาจำนวนแผ่น ดังนั้นการเลือกแบรนด์ตลาดที่มีอะไหล่เหล่านี้ในราคาย่อมเยาและหาซื้อง่าย จึงเป็นส่วนสำคัญในการคุมกำไรของร้าน
Q: หน้าฝนหรืออากาศชื้น มีผลต่อการทำงานของเครื่องถ่ายเอกสารไหม?
A: มีผลอย่างมาก เพราะความชื้นในอากาศจะเข้าไปสะสมในเนื้อกระดาษ จนกระดาษมีความชื้นสัมพัทธ์และทำให้กระดาษโค้งงอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระดาษติดซ้อนกันจนอาจทำให้กระดาษติดในเครื่องถ่ายเอกสารได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการวางกระดาษบนพื้นปูนโดยตรง และควรเก็บรีมกระดาษที่ยังไม่ใช้ไว้ในห่อให้มิดชิด เปิดแอร์หรือพัดลมไล่ความชื้นในร้าน และควรนวดกระดาษให้เป็นประจำ