ทำความเข้าใจระหว่างหมึกจาง กับสีเพี้ยน ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะเปิดฝาเครื่องถ่ายเอกสาร สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแยกอาการของเครื่องถ่ายเอกสารให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะความสับสนนี้จะทำให้แจ้งช่างผิดประเด็นจนวิเคราะห์อาการผิดไปคนละทิศละทางได้ โดยเราสามารถแบ่งประเภทอาการคล้าย ๆ กันออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

- หมึกจาง คือ ความเข้มข้นของเนื้อสีหายไป ขาดความเข้มอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ภาพหรือตัวอักษรโดยรวมดูซีดจาง โดยเฉพาะสีดำที่จะไม่ดำสนิท เป็นสีเทาจืด หรือจางหายกลายเป็นตัวหนังสือลาง ๆ
- สีเพี้ยน คือ คือ สีของงานพิมพ์ที่ไม่ตรงกับไฟล์ต้นฉบับเช่น สีแดงออกส้ม หรือสีเทาติดฟ้า แม้ภาพยังคมชัดและมีรายละเอียดครบถ้วน
หากสามารถแยกอาการได้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะช่วยให้วิเคราะห์หาต้นตอและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วที่สุด
ตรวจสอบก่อนรื้อ! 2 จุดพื้นฐานฝั่งไฟล์ดิจิทัลและการตั้งค่า
ก่อนสรุปว่าสีเพี้ยนเกิดจากตัวเครื่อง ควรตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับและการตั้งค่าการพิมพ์ 2 จุดนี้ก่อน เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สีของงานพิมพ์ไม่ตรงกับหน้าจอ
- ระบบสีและคุณภาพของไฟล์ต้นฉบับควรเลือกใช้ไฟล์ที่มีความละเอียดตั้งแต่ 300 PPI ขึ้นไป เพื่อให้งานพิมพ์มีความคมชัดและแสดงรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน พร้อมตรวจสอบระบบสีและโปรไฟล์สีให้เหมาะสมก่อนสั่งพิมพ์ เพื่อลดปัญหาสีของงานพิมพ์คลาดเคลื่อนจากไฟล์ต้นฉบับหรือภาพที่แสดงบนหน้าจอ
- การตั้งค่าไดรเวอร์และโหมดเครื่องพิมพ์ หากเปิดโหมดประหยัดหมึกไว้ หรือเลือกชนิดกระดาษไม่ตรงกับความจริง เช่น ใช้กระดาษหนา/กระดาษการ์ด แต่ในไดรเวอร์ยังเลือกเป็น กระดาษธรรมดา จะส่งผลให้ความร้อนของชุดอบหมึกวิ่งไปไม่ถึงเกณฑ์ที่ผงหมึกจะละลายติดกระดาษ ผงหมึกจึงหลุดลอกออกมาได้ และภาพสีไม่ตรง ผิดเพี้ยน
5 สาเหตุที่ทำให้ถ่ายเอกสารไม่คมชัดแม้เปลี่ยนหมึก
หากเกิดอาการถ่ายเอกสารออกมาจางแก้ยังไงก็ไม่หายหลังจากเติมหมึก อาจเกิดจาก 5 สาเหตุหลักที่ไม่เกี่ยวกับปริมาณ Toner เครื่องถ่ายเอกสาร ดังนี้
1. ลูกดรัมเสื่อมสภาพ
ลูกดรัม (OPC Drum) มีหน้าที่รับแสงเลเซอร์เพื่อสร้างประจุไฟฟ้าในการดึงผงหมึก เมื่อผ่านการใช้งานมานาน สารเคลือบไวแสงบนผิวชิ้นส่วนจะเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้เต็มที่ จึงดูดผงหมึกได้น้อยลง งานพิมพ์จึงดูซีดจางทั่วทั้งแผ่น หรือจางเป็นแถบ ๆ ตามการเสื่อมสภาพบนพื้นผิวดรัม
อ่านบทความเพิ่มเติม: ถ่ายเอกสารออกมาไม่ชัด ภาพซีด ภาพจาง ขึ้นพื้น เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีเช็กเบื้องต้น

2. ผงแม่เหล็กเสื่อมสภาพหรือมีน้อยกว่ามาตราฐาน
เครื่องถ่ายเอกสารระบบเลเซอร์ส่วนใหญ่ จะต้องมีผงแม่เหล็ก (Developer) นำพาและส่งผ่านผงหมึกจากตลับไปป้อนให้กับชุดดรัม หากผงเหล็กหมดอายุการใช้งาน หรือมีปริมาณที่น้อยเกินไป จะไม่สามารถอุ้มผงหมึกไปส่งที่หน้าดรัมได้อย่างเพียงพอ งานพิมพ์ที่ออกมาจึงดูจาง จืดชืด หรือมีลักษณะสีไม่สม่ำเสมอ
3. กระจกสแกนเนอร์สกปรก
ก่อนที่ผงหมึกจะวิ่งไปเกาะดรัม เครื่องถ่ายเอกสารจะยิงเลเซอร์ผ่านกระจกเพื่อสแกนภาพลงบนตัวดรัมก่อน หากมีเศษฝุ่น ผงหมึกเก่า หรือสิ่งสกปรกเกาะจนบดบังหน้ากระจกเลเซอร์ แสงเลเซอร์จะส่องผ่านไปได้ไม่เต็มที่ ทำให้ประจุไฟฟ้าบนดรัมอ่อนลง ส่งผลให้ถ่ายเอกสารไม่คมชัด งานพิมพ์ซีดจางหาย หรือเป็นแนวดิ่งยาวตลอดทั้งแผ่น
4. ลวดโคโรนา หรือลูกกลิ้งจ่ายประจุ (Transfer Roller) สกปรก
เมื่อผงหมึกเกาะบนดรัมแล้ว เครื่องจะใช้ลูกกลิ้งจ่ายประจุไฟฟ้าที่อยู่ใต้ทางเดินกระดาษ ดึงหมึกจากดรัมลงมาอยู่บนเนื้อกระดาษจริง หากลูกกลิ้งตัวนี้มีฝุ่นจับตัวหนา หรือลวดโคโรนาสกปรก การส่งประจุไฟฟ้าเพื่อดึงหมึกจะทำได้ยากขึ้น ผงหมึกจึงยังคงติดค้างอยู่บนดรัม ไม่ยอมลงมาบนกระดาษ ทำให้ภาพที่ได้จางเป็นทางยาว
5. เนื้อกระดาษมีความชื้น
กระดาษชื้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดปัญหาได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือห้องที่เปิดแอร์เย็นจัด ความชื้นอาจทำให้กระดาษโก่งงอหรือกระดาษเหิน ส่งผลให้กระดาษสัมผัสกับชุดสร้างภาพและชุดความร้อนไม่สม่ำเสมอ ผงหมึกจึงเกาะบนกระดาษได้ไม่เต็มที่ ทำให้งานถ่ายเอกสารไม่คมชัด สีจาง และอาจลูบหลุดติดมือได้
แนะนำ 3 จุดตรวจสอบสำคัญก่อนเปลี่ยนอะไหล่
เพื่อช่วยให้คุณวิเคราะห์ปัญหาได้ถูกต้อง ไม่ต้องเสียเงินซ่อมแบบเดาสุ่ม แนะนำให้เปิดฝาเครื่องแล้วตรวจสอบ 3 จุดดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบชุด Drum Unit
สังเกตที่ผิวของดรัม หากพบว่าสารเคลือบไวแสงเริ่มหลุดลอก มีรอยขีดข่วนเป็นวงรอบ หรือมีคราบหมึกฝังลึก จะทำให้ดรัมดึงผงหมึกขึ้นมาได้น้อย งานพิมพ์จึงซีดจางทั่วทั้งแผ่น หรือจางสลับเข้มเป็นช่วง ๆ
จากนั้นตรวจสอบอายุการใช้งาน (Life Cycle) ในเมนูระบบของตัวเครื่อง หากหน้าจอฟ้องว่าชุดดรัมวิ่งครบรอบโควตาจำนวนแผ่น เช่น เกิน 50,000 – 100,000 แผ่น แล้วเกิดอาการจาง แปลว่าเป็นที่ Drum Unit ไม่ใช่ Toner เครื่องถ่ายเอกสาร
2. ตรวจสอบชุด DV และผงแม่เหล็ก
งานพิมพ์ซีดจางเหมือนมีฝ้าขาวเคลือบอยู่ หรือภาพขาดมิติและความลึกเนื่องจากผงแม่เหล็กไม่ได้ค่ามาตราฐานจนไม่สามารถอุ้มและจ่ายผงหมึกได้สม่ำเสมอ ให้ลองสังเกตที่แกนแม่เหล็กภายในชุด DV (Developer Unit) ว่ามีผงหมึกและผงเหล็กจับตัวเคลือบหนาสม่ำเสมอดีไหม หากเห็นแกนเหล็กเป็นสีขาวไม่มีหมึกกับผงแม่เหล็กเกาะ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแกนแม่เหล็กและเติมผงเหล็ก Developer ใหม่ให้ได้ตามค่ามาตรฐาน
3. ตรวจสอบระบบแสง และกระจกสแกนเนอร์
งานถ่ายเอกสารจะขาวซีดจางหายไปเลยเป็นแนวดิ่งตลอดทั้งแผ่น หรือจางเฉพาะจุดแบบค้างเดิมไม่เปลี่ยนตำแหน่งเนื่องจากมีฝุ่นบดบังแสงเลเซอร์ สามารถใช้ก้านทำความสะอาดกระจกเลเซอร์ เช็ดทำความสะอาดหน้ากระจกตามช่องเลเซอร์เบื้องต้น หรือลองสั่งรันระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ ผ่านเมนูหน้าจอตัวเครื่อง หากเช็ดแล้วภาพกลับมาเข้มคมชัด แสดงว่าระบบสร้างภาพไม่ได้พัง แค่สกปรกจากฝุ่นละออง
ตารางสรุปอาการและแนวทางแก้ไขเบื้องต้น
| ชิ้นส่วน | อาการที่แสดง | แนวทางการแก้ไขที่ถูกต้อง |
| ตลับ Toner | เครื่องแจ้งเตือน Low Toner ภาพจาง | เปลี่ยนตลับหมึกใหม่ และเปลี่ยนชิปในกรณีที่ชิปหมดอายุ |
| ลูกดรัม (Drum) | ภาพจางเป็นแถบ มีเส้นดำ หรือซีดทั่วทั้งแผ่น | เปลี่ยนลูกดรัม เปลี่ยนชุด Drum Unit ใหม่ |
| ผงแม่เหล็ก (Developer) | ภาพซีดเหมือนเป็นฝ้าขาว สีไม่สม่ำเสมอ ขาดมิติความลึก | เปลี่ยนผงแม่เหล็กใหม่ พร้อมตั้งค่าและ Calibrate |
| กระจกเลเซอร์ | ภาพขาวซีดจางหายไป เป็นแนวดิ่งตลอดทั้งแผ่น | ทำความสะอาดเช็ดฝุ่น หน้ากระจก |
| กระดาษชื้น | ภาพจางลอก ลูบแล้วหมึกหลุด กระดาษม้วนงอ | นวดกระดาษ หรือเปลี่ยนใช้กระดาษแห้งรีมใหม่ เก็บกระดาษในตู้กันชื้น |
รู้ทันปัญหาเครื่องถ่ายเอกสารช่วยลดค่าซ่อมกับ B Four OA
เมื่อเจอปัญหาถ่ายเอกสารไม่คมชัด ลองตรวจสอบตาม 5 สาเหตุข้างต้น ก็จะสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ อาจไม่จำเป็นต้องซื้อ Toner เครื่องถ่ายเอกสารมาเปลี่ยนซ้ำ ๆ และที่สำคัญคือ ทำให้คุณสามารถแยกแยะปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองก่อนที่จะโทรเรียกช่าง ส่วนนี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าซ่อมลงไปได้
อย่างไรก็ตาม หากคุณลองแก้ไขเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำว่าไม่ควรรื้อชิ้นส่วนลึกเข้าไปถึงชุดดรัมหรือชุด DV ด้วยตนเอง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีเครื่องมือเฉพาะทางจะปลอดภัยที่สุด ที่ B Four OA เรามีทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษา พิเศษสำหรับลูกค้าบีโฟร์ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อได้อย่างไม่มีสะดุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- Line: @bfour
- Facebook: B four copier จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารและอะไหล่นำเข้าจากต่างประเทศ
- Youtube :https://www.youtube.com/@bfouroa
- Tel. 02-926-1340-4
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาเครื่องถ่ายเอกสารหมึกจาง
Q: เครื่องถ่ายเอกสารขาวดำกับเครื่องถ่ายเอกสารสี มีชุดดรัม (Drum Unit) และผงเหล็ก (Developer) เหมือนกันไหม?
A: เครื่องถ่ายเอกสารขาวดำจะมีชุดดรัมและชุดผงเหล็กอย่างละ 1 ชุด สำหรับสีดำ (บางยี่ห้อจะไม่ใช้ผงแม่เหล็ก) ส่วนเครื่องถ่ายเอกสารสี จะแยกชิ้นส่วนเหล่านี้ตามจำนวนสีหลักทั้ง 4 สี (C, M, Y, K) ออกจากกันเป็นอิสระ ดังนั้น หากเครื่องสีของคุณเกิดอาการจางเฉพาะสีใดสีหนึ่ง เช่น สีชมพูจางแต่สีอื่นชัดเจน แปลว่าปัญหาอยู่ที่ชุดดรัมหรือผงเหล็กของชุด DV สีชมพูสีเดียว
Q: อาการผงหมึกไม่ละลายฝังเข้าเนื้อกระดาษ เป็นเพราะผงหมึกไม่ได้มาตรฐานใช่หรือไม่?
A: มีโอกาสเป็นไปได้หากใช้หมึกเทียบเท่าเกรดต่ำมากที่จุดหลอมละลายไม่ตรงสเปก รวมไปถึงความชื้นในกระดาษ หรือชุดความร้อนเสื่อมสภาพ ทำให้อุณหภูมิความร้อนส่งไปไม่ถึงเนื้อหมึก หมึกจึงไม่ละลายติดหน้ากระดาษ แนะนำให้ลองเปลี่ยนผงหมึก หรือกระดาษรีมใหม่หากไม่หายอาจต้องเช็กความสมบูรณ์ของชุดความร้อน
Q: ใช้น้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปทำความสะอาดกระจกสแกนเนอร์ได้ไหม?
A: ไม่ควรนำมาใช้ทันทีโดยไม่ตรวจสอบคู่มือของเครื่อง เพราะผู้ผลิตแต่ละรุ่นกำหนดวิธีและน้ำยาที่ใช้แตกต่างกัน เบื้องต้นควรใช้ผ้านุ่มสะอาดที่ไม่มีขุยเช็ดเบา ๆ หากมีคราบฝังแน่น ให้ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำยาทำความสะอาดที่ผู้ผลิตรับรองชุบผ้าเพียงเล็กน้อย และห้ามฉีดน้ำยาลงบนกระจกโดยตรง เพราะของเหลวอาจไหลเข้าใต้กระจกและทำให้เครื่องเสียหายได้
Q: การเปิดโหมดประหยัดหมึก ส่งผลเสียต่อระบบสร้างภาพในระยะยาวไหม?
A: การเปิดโหมดประหยัดหมึกไม่ได้ทำให้อะไหล่พัง แต่จะทำให้เครื่องลดแรงดันประจุไฟฟ้าลงเพื่อปล่อยผงหมึกให้น้อยที่สุด ส่งผลให้งานถ่ายเอกสารออกมาจางและดูไม่คมชัดตั้งแต่แรก หากพิมพ์งานเอกสารทั่วไปสามารถใช้ได้ แต่หากนำไปพิมพ์งานที่ต้องการความละเอียดสูง ภาพจะจืดชืดจนดูเหมือนเครื่องมีปัญหา ดังนั้น หากต้องการความคมชัดควรปิดโหมดนี้ในไดรเวอร์เครื่องพิมพ์